การเสี่ยงกับการเลือกค่าน้ำสูง เช่น 2.00 ขึ้นไป หรือ 3.00 ขึ้นไป หมายถึงการเดิมพันที่มีโอกาสชนะต่ำ ในการประเมินของเจ้ามือ แต่ถ้าหากชนะจะได้ค่าตอบแทนที่สูงมาก
- ค่าน้ำ 2.00 ลง 100 จะได้กำไร 200 บาท
- ค่าน้ำ 3.00 ลง 100 จะได้กำไร 300 บาท
การเสี่ยงแบบนี้ไม่ใช่สามารถทำได้ทุกครั้ง เพราะค่าน้ำที่สูงมักจะชนะน้อยมาก 10% เท่านั้นครับ เผลอๆลงเดิมพัน 10 คู่อาจจะไม่ชนะเลยก็ได้ แต่ถ้ารู้ว่าเมื่อไหร่ควรเสี่ยง กำไรจะพุ่งแบบก้าวกระโดดทันทีครับ
3 สถานการณ์ที่คุณควรเสี่ยงกับ "ค่าน้ำสูง"
1.แทง “บอลรอง” เมื่อมีปัจจัยพลิกเกมชัดเจน (The Underdog Bet)
ค่าน้ำสูงมักตกอยู่กับทีมรอง การเลือกแทงทีมรองด้วยค่าน้ำสูงจะคุ้มค่าเมื่อคุณพบข้อมูลที่ตลาดเดิมพันมองข้ามไป
ปัจจัยที่ต้องค้นหา | ตัวอย่าง (ค่าน้ำสูง ≈2.50) |
ทีมต่อขาดกำลังหลัก | ทีมต่อ (เต็งหนึ่ง) ขาดผู้เล่นตัวหลัก 2-3 คน (เช่น กองหน้าตัวหลักติดโทษแบน และกองกลางคนสำคัญบาดเจ็บ) ซึ่งกระทบต่อสมดุลทีมอย่างรุนแรง |
ทีมต่อ “ล้า” หรือ “อิ่มตัว” | ทีมต่อเพิ่งผ่านเกมหนักในบอลถ้วยยุโรปเมื่อ 3 วันก่อน หรือ การันตีแชมป์แล้ว ทำให้เล่นแบบประคองตัว ไม่ได้เน้นเต็มที่ |
ทีมรองมีแรงจูงใจสูง | ทีมรองกำลังหนีตกชั้น หรือต้องการแต้มสุดท้ายเพื่อไปเล่นบอลยุโรป ทำให้เล่นแบบ “ถวายหัว” และมักมีฟอร์มดีกว่าปกติ |
สภาพสนาม/อากาศ | ทีมต่อที่เป็นทีมเทคนิคเก่ง (เน้นต่อบอล) ต้องเจอกับสภาพสนามที่เป็นโคลนหรือฝนตกหนัก ทำให้เล่นตามสไตล์ไม่ได้ (เป็นโอกาสของทีมรองที่เน้นบอลยาว/บอลกายภาพ) |
ส่งออกไปยังชีต
2.แทง “สกอร์สูงเต็มเวลา” ในช่วงบอลสด (The Live Bet Timing)
การแทงสูงในช่วงต้นเกมมักได้ค่าน้ำไม่สูงมาก แต่ถ้าคุณรอจนเกิดสถานการณ์บางอย่างในเกมสด ค่าน้ำจะพุ่งสูงขึ้นทันที
- เมื่อเกมผ่านไป 15-20 นาที แต่ยัง 0-0:
- ถ้าสกอร์ยัง 0−0 แต่ รูปเกมเปิดแลก และมีสถิติการยิงเข้ากรอบ (Shots on Target) มากกว่า 5 ครั้ง ค่าน้ำ สูงเต็มเวลา จะค่อย ๆ ขยับขึ้น
- จังหวะที่เสี่ยง: รอจนกว่าค่าน้ำ “สูงเต็มเวลา” จะแตะระดับ 2.00 หรือสูงกว่า (สำหรับสกอร์รวม 2.5 หรือ 3.5) หากคุณเชื่อว่าเกมจะยิงกันในครึ่งหลัง ค่าน้ำที่สูงนี้จะคุ้มค่ามาก
- หลังจากการยิงประตูแรกทันที (เพื่อแทงสูงลูกถัดไป):
- เมื่อทีมหนึ่งยิงประตูขึ้นนำ 1−0 ในครึ่งแรก ทีมที่เสียประตูจะถูกบีบให้ต้องเปิดเกมบุกเพื่อเอาคืน ส่งผลให้เกมเปิดมาก
- ค่าน้ำ “สูงเต็มเวลา” อาจพุ่งขึ้นสูงทันทีจาก 2.00 เป็น 2.20 หรือ 2.50 นี่คือจังหวะที่ต้องเสี่ยง เพราะโอกาสเกิดประตูที่สองมีสูงมากจากเกมที่เปิดแลกกัน
3.”แทงทบ” ตามระบบเมื่อเลือกค่าน้ำสูงเท่านั้น (The Strategic Martingale)
การใช้กลยุทธ์เดินเงินแบบ แทงทบ (Martingale) จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้กับค่าน้ำที่สูง (>2.00) เพราะการชนะเพียงครั้งเดียวก็สามารถเอาทุนคืนและทำกำไรได้
ข้อกำหนด | รายละเอียด |
ค่าน้ำขั้นต่ำ | กำหนดว่าทุกคู่ที่คุณเลือกเพื่อแทงทบ จะต้องมี ค่าน้ำไม่ต่ำกว่า 2.00 |
การคำนวณกำไร | ถ้าคุณแพ้ 1 ครั้ง (ทุน 100) คุณต้องแทงครั้งถัดไปในคู่ที่มีค่าน้ำ 2.00 ด้วยทุนเพียง 200 (รวมเป็น 300) ถ้าชนะ คุณจะได้ 400 (200×2.00) ซึ่งได้กำไร 100 (400−300) |
เหตุผลที่ควรเสี่ยง | การทบเงินกับค่าน้ำต่ำ (1.70) จะต้องใช้เงินทบที่สูงขึ้นมากเพื่อให้ได้กำไร แต่การทบกับค่าน้ำ 2.00 ขึ้นไป ทำให้การคำนวณและบริหารความเสี่ยงง่ายกว่า และต้องใช้เงินทุนน้อยกว่าเพื่อคืนทุน |
ข้อควรระวัง
สำหรับข้อควรระวังที่หลายคนพลาดกันบ่อย คือ เลือกเล่นกับเว็บเอเย่นต์ ซึ่งเว็บเอเย่นต์สามารถยัดข้อหาใส่เราได้ทุกเมื่อครับ และถ้าคนตั้งใจจะโกงยังไงก็ไม่มีทางคืนเงิน หรือ ปล่อยให้เราถอนง่ายๆแน่นอน
แนะนำให้เล่นกับเว็บพนันถูกกฎหมาย หรือ เว็บที่มีใบอนุญาตเท่านั้นครับ ใครไม่รู้ที่ไหนดี แนะนำที่ KUBET ครับ
- ที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จาก PAGCOR และ UKGC
- มีภาษาไทย
- มีระบบขายบิล และ ตัดบิลอัตโนมัติ (จ่ายเงินเลยไม่ต้องรอหมดเวลา)
- เป็นสปอนเซอร์ทีม โอซาซูน่า และ เซลต้า บีโก้
Comments are closed